ทาโกะยากิ

posted on 05 Sep 2011 13:59 by oplefc
                            สวัสดีคร้าบบบบบบบบบทุกท่าน เจอกันอีกแล้ว..^^ [เอ..ทำไมผมได้ยินคนบอกว่า ไม่อยากเจออะ..ช่างเถอะ!!!] ก็คราวนี้อาจารย์ท่านสั่งงานอีกแล้ว เป็นงานที่หาอะไรก็ได้ ห้องผมก็เลือกของกิน[อาหาร]กัน แบบไม่ได้ตั้งตัวว่าจะทำ [ตะกละจริง!!!!!!] อย่าว่าผม!!! แต่ตอนที่คิดก็กำลังหิวๆอะ อิอิ อาหารที่ผมเลือกคือ ทาโกะยากิ [โอยยยย..อยากกิน ลูกนึงตั้ง 5 บาทอะ] เอ่อ..นอกเรื่องมากแล้ว ก็ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน
 
ทาโกะยากิ[Takoyaki] [たこやき]เป็นขนมของชาวญี่ปุ่นมีหน้าเป็นลูกกลมๆ ข้างในเป็นแป้งกะไส้ต่างๆ เช่น ปลาหมึก[たこ] ไส้กรอก กุ้ง ปูอัด และอื่นๆตามแต่คนชอบ
ส่วนประกอบ
- แป้งสาลี
- ผงดาชิ (ผงซุปญี่ปุ่น)
- หนวดปลาหมึก
- ไข่ไก่
- ต้นหอมญี่ปุ่นหั่นซอย
เครื่องแต่งหน้า
- สาหร่ายเส้น
- ปลาแห้งขูดฝอย
ซอส
- ซอสโอโคโนมิยากิ
วิธีทำ
- เทน้ำผสมกับผงดาชิ คนให้เข้ากันและเติมแป้งสาลีลงไป และใส่โชยุ และมิรินเพื่อปรุงรส ใส่ไส้ลงไป
- ใช้เตาแบบหลุมกลม ทาน้ำมันบนเตา พอเตาร้อนก็เช็ดออก แล้วเทแป้งลงไป
- เมื่อแป้งแข็ง(สุก)ได้ระดับหนึ่งก็ใช้ไม้ปลายแหลมเขี่ยพลิกเอาด้านหลังขึ้นมาข้างบน
- หมุนแป้งจนสุกเหลืองๆ
- จิ้มขึ้นมาแล้ววางใส่จาน ราดซอสโอโคโนมิยากิ สาหร่าย มายองเนส ปลาป่น
- เสิร์ฟได้
ขอบคุณทุกท่านนะคร้าบบบบ ^^

edit @ 5 Sep 2011 19:27:55 by me

งานในหนังสือหน้า69

posted on 17 Aug 2011 22:24 by oplefc
              สวัสดีคร้าบบบบ...ทุกคน ก็ไม่มีอะไรมาก แต่ขอปั่นงานส่งอาจารย์(อีกแล้ว)ก่อนนะคับ เริ่มละ
1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ ระบบสื่อสารข้อมูลข่าวสารหลายชนิด โดยผ่านสื่อทางคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ฐานข้อมูล ตัวเลข กราฟิก ภาพ เสียง และวีดิทัศน์
2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร
ตอบ ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร เพราะการที่จะนำเสนอจะต้องใช้กระดาษที่บรรจุข้อความจำนวนจำกัดและสิ้นเปลืองกระดาษ
3.Microsoft PowerPointสามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
ตอบ ได้ทั้งแบบตัวอักษรและมัลติมีเดีย
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอกMicrosoft PowerPointแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ แตกต่าง คือถ้าแบบภายในคือจะเป็นการเชื่อมโยงในโปรแกรมนั้นๆ ส่วนภายนอกจะเป็นพวกเว็บไซต์
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ โทรทัศน์ เครื่องฉายสไลด์
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ แบบเอกสารสิ่งพิมพ์ เพราะไม่มีความซับซ้อนแบบมัลติมีเดีย เช่น การใส่รูปเคลื่อนไหว เพลง
7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบในMicrosoft PowerPointสามารถทำได้อย่างไร
ตอบ คลิกขวาบนพื้นที่ว่างแล้ว เลือกไปที่ออกแบบภาพนิ่ง จากนั้นเลือกใช้แม่แบบที่แถบเครื่องมือ
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวในMicrosoft PowerPointสามารถตั้งค่าได้ที่ใด
ตอบ สามารถตั้งค่าได้โดยคลิกเลือกกล่องข้อความหรือวัตถุนั้นๆที่ต้องการ แล้วคลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง ซึ่งเราจะสามารถกำหนดกล่องข้อความหือวัตถุนั้นๆได้ตามใจชอบ
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย3โปรแกรม
ตอบ notepad สามารถใช้เขียนHTMLได้
       Microsoft Word
       Microsoft Outlook
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความในMicrosoft PowerPointจะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่อย่างไร
ตอบ สามารถสร้างข้อมูลให้เป็นรูปภาพ เสียง หรือรูปภาพเครื่อนไหวแทนได้ 
12.Microsoft PowerPointสามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้จะมีวิธีการอย่างไร
ตอบ ไม่จำเป็น เพราะสามารถนำเสนอข้อมูลผ่านสื่ออื่นๆได้อีก เช่น จอคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เป็นต้น
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร
ตอบ ทำให้เราได้เห็นขอบเขตที่ของข้อมูลที่ได้รับกว้างขึ้น
14.การสร้างงานนำเสนอด้วยMicrosoft PowerPointสำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกัน จะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
ตอบ ฮาร์ดแวร์ - คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ ลำโพง /ซอร์ฟแวร์ - Microsoft PowerPoint
15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
ตอบ Micromedia Autoware 7.0

edit @ 17 Aug 2011 23:12:12 by me

สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้ว เบื่อกันป่าว??? สำหรับคนที่เบื่อกรุณากดกากบาทสีแดงมุมขวาเลย อิอิ ส่วนใครที่ไม่เบื่อก็ขอบคุณครับ (ออกไปกันเป็นแถวเลยงิT^T) โถ่...ยังไงก็อ่านๆกันหน่อยครับ คงไม่น่าเบื่อเท่าไหร่หรอก (เอ..เหมือนจะได้ยินคำว่า"ไม่จิงงงง!!!"แหะ) เออๆ เข้าเรื่องๆ คือครั้งนี้ที่อาจารย์สั่ง(อีกแล้ว) คือภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมครับ ทุกคนคงคิดถึงพวกโค้ดhtml หรือภาษาcกันส่วนใหญ่ (ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น อิอิ) แต่คราวนี้บางคนอาจจะไม่รู้จักภาษานี้ คือ ภาษาperl นั่นเอง

ประวัติภาษา Perl   


            ภาษา Perl ย่อมาจากคำว่า Practical Extraction and Report Language ถูกพัฒนาขึ้นโดยนายแลร์รี วอลล์ (Larry Wall) ในปี 1996 เพื่อใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Unix ซึ่งในขณะนั้นการพัฒนาแอพพลิเคชันบนระบบ Unix เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและต้องมีความรู้ความเข้าใจในภาษาโปรแกรมหลายภาษา เพราะในขณะนั้นภาษาโปรแกรมแต่ละภาษาจะทำงานในเครื่องใดเครื่องหนึ่งโดยเฉพาะ การจะทำงานออกมาสักงานหนึ่งจะต้องใช้โปรแกรมแทบทุกภาษาที่มีในขณะนั้น อย่างเช่น ในส่วนของการทำงานกับไฟลืต้องใช้ภาษา awk หรือ grep และแก้ไขไฟล์ด้วยภาษา ded เป็นต้น


          ภาษา Perl ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานทุกส่วนเสร็จสมบูรณ์ในตัวเองไม่ต้องไปเรียกใช้ภาษาอื่นอีก โดยที่ภาษา Perl ได้รวบรวมเอาข้อดีของภาษาต่างๆ ในขณะนั้นเข้ามาไว้ด้วยกัน อย่างเช่นภาษา grep/awk, sh, sed และ C ทำให้การสร้างแอพพลิเคชั่นบนระบบปฏิบัติการ Unix เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญภาษา Perl ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่าย


         ในปัจจุบันภาษา Perl สามารถใช้งานกับระบบปฏิบัติการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Unix, Linux, MVS, VMS, OS/2, Amiga และ Windows นอกจากนี้ด้วยความสามารถที่สำคัญของภาษา Perl ที่สามารถทำงานได้หลายด้าน เป็นเหตุให้ตัวภาษา Perl ถูกนำมาใช้เขียนโปรแกรมบนอินเทอร์เน็ตประเภทต่างต่าง เช่น เว็บ E-Commerce

 

ภาษา Perl ดีอย่างไร
      สำหรับข้อดีหลักๆ ที่สำคัญของการใช้งานภาษา Perl พอสรุปได้ดังนี้


1. ง่ายต่อการเรียนรู้ โดยภาษา Perl มีโครงสร้างของภาษาไม่ซับซ้อนเข้าใจง่าย ซึ่งโครงสร้างภาษา Perl จะคล้ายกับภาษา C มาก เพราะภาษา Perl สร้างขึ้นมาโดยใช้ภาษา C ทำให้ผู้ที่คุ้นเคยภาษา C อยู้แล้วใช้งานภาษา Perl ได้ไม่ยาก นอกจากนี้โดยตัวภาษาเองมีความยืดหยุ่นสูงทำให้การจัดการกับงานด้านข้อความ และ Text File ได้เป้นอย่างดี

2. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตัวแปรภาษา Perl อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU

3. ใช้ได้หลายแพลตฟอร์ม ในช่วงแรกภาษา Perl ถูกออกแบบใช้งานกับระบบ Unix อยู่ก็จริง แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาตัวแปลภาษา Perl ให้สามารถใช้กับระบบปฏิบัติการอื่นๆ อาทิเช่น Linux, Windows 95/98/ME, Windows NT, Windows 2000, OS/2, Macintosh

4. ภาษา Perl ถูกสร้างขึ้นโดยได้รวบรวมเอาส่วนดีของภาษาต่างๆ เข้ามาไว้ด้วยกัน อาทิเช่น ภาษา C, grep/awk, sh, sed

5. ภาษา Perl เป็นภาษาประเภท Server side Script คือการทำงานของภาษา Perl จะทำงานด้านฝั่ง Server แล้วส่งผลลัพธ์กลับมายัง Client ทำให้มีความปลอดภัยสูง

 

หลักการทำงานของตัวแปรภาษา Perl

           ตัวแปรภาษาคืออะไร เมื่อเราได้เขียนโค้ดขึ้นมาตามโครงสร้างของโปรแกรมภาษาใดก็ตาม และการจะให้โค้ดคำสั่งเหล่านั้นทำงานได้ก็จะต้องมีตัวแปรภาษามาจัดการแปลโค้ดคำสั่ง เพื่อให้ทำงานตามที่เราต้องการ
           โดยลักษณะของตัวแปลภาษานั้นแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

 
1. คอมไพเลอร์ (Compiler) เป็นตัวแปลภาษาสำหรับภาษา C, C++, Pascal การทำงานก็คือจะตรวจสอบความผิดพลาดของโค้ดคำสั่งตั้งแต่ต้นจนจบก่อน หรือเรียกว่าการคอมไพล์ ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดก็จะทำการแปลโค้ดคำสั่งของเราให้เป็นไฟล์นามสกุล .obj (object file) จากนั้นก็ทำการแปลไฟล์ .obj ให้เป็นไบนารีไฟล์ .exe เพื่อทำงานต่อไป ดังตัวอย่างการทำงานของคอมไพเลอร์ภาษา C ดังรูป

 

 

2. อินเตอร์พรีเตอร์ (Interperter) จะทำงานเป็นบรรทัดต่อบรรทัด คือ อ่านโค้ดคำสั่งมาบรรทัดหนึ่งแล้วก็ทำงานให้ผลออกมาเลย ดังแสดงในรูป

 

จากรูปตัวอย่างในกรณีที่มีการเรียกใช้ฟังก์ชั่นจากไลบรารี (Library) หรือโมดูล (Module) ของภาษา Perl อินเตอร์พรีเตอร์ของภาษา Perl ก็จะไปทำการเรียกฟังก์ชั่นเหล่านั้นให้ทำงานแล้วจึงแสดงผลการทำงานออกมา

 

          ในส่วนของประสิทธิภาพการทำงานนั้นตัวแปลภาษาแบบคอมไพเลอร์จะทำงานได้เร็วกว่าตัว แปลภาษาและอินเตอร์พรีเตอร์ เพราะโค้ดคำสั่งถูกคอมไพล์และลิงค์โดยตัวแปลภาษาแบบคอมไพเลอร์ผ่านแล้วได้เป็นไฟล์ .exe ออกมา จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการทำงานอย่างเดียว